ภาพโปรโมตฟีเจอร์ "Work with Apps" จาก ChatGPT ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชัน

เปิดตัว Work with Apps – 12 Days of OpenAI | Day 11

เนื้อหาในบทความ

ในยุคที่เทคโนโลยี AI ก้าวหน้าไปทุกวัน OpenAI ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สามารถพลิกโฉมการทำงานของเราให้สะดวกและล้ำสมัยยิ่งขึ้น หนึ่งในนั้นคือฟีเจอร์ “Work with Apps” ซึ่งถูกเปิดตัวในงาน “12 Days of OpenAI” โดยในวันที่ 11 ของงานนี้ ทีมงาน OpenAI ได้สาธิตการทำงานของ ChatGPT ในรูปแบบใหม่ ที่ไม่เพียงแค่ตอบคำถามหรือสนทนา แต่ยังสามารถทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ บนเดสก์ท็อปได้อย่างชาญฉลาด บทความนี้จะพาคุณสำรวจฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจและผลกระทบต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

1. พัฒนาการของ ChatGPT บนเดสก์ท็อป

รายการแอปพลิเคชันที่สามารถใช้งานร่วมกับฟีเจอร์ "Work with Apps" เช่น Xcode, Terminal และ Visual Studio Code

แอปพลิเคชันเนทีฟสำหรับ Mac และ Windows

Kevin Wheel หัวหน้าผลิตภัณฑ์ของ OpenAI ได้เล่าถึงความพยายามที่ OpenAI ใส่ลงในแอปพลิเคชันเดสก์ท็อป โดยเริ่มจากการเปิดตัวแอปพลิเคชัน ChatGPT สำหรับ Mac เมื่อ 6 เดือนก่อน ตามมาด้วยแอปพลิเคชันสำหรับ Windows ในเวลาต่อมา แอปพลิเคชันเหล่านี้ได้รับการออกแบบให้ “เนทีฟ” ใช้ทรัพยากรน้อย และทำงานได้อย่างราบรื่นในหน้าต่างของตัวเอง

สิ่งที่น่าประทับใจคือการเพิ่มปุ่มลัด Option + Space ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียกใช้งาน ChatGPT ได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องสลับบริบทระหว่างแอปพลิเคชัน

ตัวอย่างการใช้งาน:

– เมื่อต้องการค้นหาข้อมูลในเอกสารที่เปิดอยู่ใน Notion ผู้ใช้สามารถกดปุ่มลัดเพื่อเรียก ChatGPT โดยไม่ต้องคัดลอกและวางข้อความเข้าสู่เบราว์เซอร์

– ChatGPT จะดึงบริบทของเอกสารและให้คำตอบที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติ

บทบาทใหม่ของ ChatGPT: การทำงานแทนผู้ใช้

ด้วยการพัฒนาโมเดล AI ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น ChatGPT ไม่ได้เป็นเพียงผู้ช่วยในการตอบคำถามอีกต่อไป แต่สามารถทำงานแทนผู้ใช้ได้ เช่น การสร้างโค้ด การวิเคราะห์ข้อมูล หรือแม้แต่การสร้างเอกสารที่สอดคล้องกับสไตล์การเขียนของผู้ใช้

2. ฟีเจอร์ Work with Apps: การทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันอื่น

หน้าจอการทำงานของฟีเจอร์ "Work with Apps" ใน ChatGPT แสดงเมนูเลือกแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อ

การทำงานร่วมกันกับแอปพลิเคชัน

ฟีเจอร์ Work with Apps ช่วยให้ ChatGPT สามารถเข้าถึงและทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันอื่น ๆ ได้โดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้การใช้งาน AI มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ตัวอย่าง:

Warp Terminal: ผู้ใช้สามารถขอให้ ChatGPT สร้างคำสั่ง git เพื่อตรวจสอบจำนวน commits ต่อวันในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา โดยไม่ต้องอธิบายว่าใช้เครื่องมือใด เนื่องจาก ChatGPT สามารถตรวจสอบได้จากแอปพลิเคชัน Warp

Notion: เมื่อทำงานกับเอกสาร ผู้ใช้สามารถขอให้ ChatGPT เติมข้อมูล เช็กความถูกต้องของข้อเท็จจริง หรือเขียนเนื้อหาใหม่ในสไตล์ที่เหมาะสม

ความปลอดภัยและการควบคุมข้อมูลของผู้ใช้

ในการเปิดฟีเจอร์ Work with Apps OpenAI ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูล โดย ChatGPT จะไม่เข้าถึงเนื้อหาของแอปพลิเคชันอื่นจนกว่าจะได้รับการยินยอมจากผู้ใช้ และผู้ใช้สามารถควบคุมสิ่งที่แชร์กับ ChatGPT ได้อย่างสมบูรณ์

3. การใช้งาน ChatGPT ในงานเชิงเทคนิค

ตัวอย่างการทำงานของ ChatGPT กับ Xcode บนหน้าจอพร้อมโค้ดและหน้าต่างการสนทนา

การพัฒนาโค้ดใน IDE

สำหรับนักพัฒนา ฟีเจอร์นี้ช่วยให้การทำงานใน Integrated Development Environments (IDE) ราบรื่นยิ่งขึ้น ตัวอย่างที่ทีมงาน OpenAI สาธิตคือการใช้งานร่วมกับ Xcode ซึ่ง ChatGPT สามารถตรวจสอบและดึงข้อมูลจากหน้าจอ IDE มาแสดงผล

ตัวอย่างฟีเจอร์:

– การสร้างโค้ดใหม่หรือปรับแต่งโค้ดที่มีอยู่

– การเพิ่มฟีเจอร์ที่ต้องการ เช่น การอัพเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์

– รองรับ IDE ยอดนิยม เช่น VS Code, JetBrains (รวมถึง Android Studio และ PyCharm), TextMate และ MATLAB

การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

นอกจากการช่วยเขียนโค้ดแล้ว ChatGPT ยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและแสดงผลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การสร้างแผนภูมิแท่งที่มีธีมวันหยุด หรือการวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบที่เข้าใจง่าย

4. การสนับสนุนด้านเสียงขั้นสูง

ChatGPT ทำงานร่วมกับแอป Notes แสดงรายการเพลงสำหรับงานปาร์ตี้ในหน้าต่างหมายเหตุ

โหมดเสียง: การสนทนาในรูปแบบใหม่

นอกจากการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชัน OpenAI ยังเปิดตัว โหมดเสียงขั้นสูง ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถสนทนากับ ChatGPT ผ่านเสียงได้ ตัวอย่างเช่น การขอให้ ChatGPT ช่วยสร้างรายการเพลงวันหยุด หรือการสนทนากับ “ตัวละครจำลอง” อย่างซานตาคลอส

การเพิ่มความสามารถด้านเสียงนี้เปิดโอกาสใหม่สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น การสร้างประสบการณ์ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นในการเรียนรู้หรือความบันเทิง

บทสรุป: การปฏิวัติการทำงานด้วย AI

การเปิดตัวฟีเจอร์ Work with Apps ของ OpenAI ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนา AI ที่ใช้งานได้จริงและตอบโจทย์ผู้ใช้ในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชัน การช่วยพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือการทำงานด้านเสียงขั้นสูง

ด้วยความสามารถในการปรับตัวและการสร้างผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ChatGPT กำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ในการเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่ไม่เพียงแค่ตอบคำถาม แต่ยังสามารถ “ลงมือทำ” แทนผู้ใช้ได้อย่างสมบูรณ์ ในอนาคตอันใกล้ ฟีเจอร์เหล่านี้จะกลายเป็นส่วนสำคัญของการทำงานในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกันมากขึ้น

สำหรับผู้ที่สนใจทดลองใช้งาน สามารถเริ่มต้นได้ผ่านแอปพลิเคชันเดสก์ท็อปของ ChatGPT และสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างแท้จริง!

พบกันใหม่ใน Day 12

📍 ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติม ที่เรานำมาฝากได้ ที่นี่

อัปเดตความรู้เรื่อง AI และเทคนิคการทำงานให้คุณทุกสัปดาห์! ได้ที่ learn.prompt-expert.co

RELATED POST

ส่งต่อบทความดีๆ ได้ที่นี่

Scroll to Top

Discover more from Learn prompt expert

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading