Google Gemini AI กำลังกลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ที่น่าจับตามองที่สุดในโลกของ AI ล่าสุด Google ได้เปิดตัวการอัปเดตสำคัญที่ช่วยให้ผู้ใช้ฟรีสามารถเข้าถึงฟีเจอร์ที่เคยถูกจำกัดเฉพาะผู้ใช้ระดับพรีเมียม ซึ่งรวมถึง การสร้างภาพ AI, การแก้ไขภาพ, การวิจัยเชิงลึก (Deep Research) และ Google Gems ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้าง AI ส่วนตัวได้ฟรี
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับการอัปเดตครั้งใหญ่ของ Google Gemini AI, วิเคราะห์ความสามารถใหม่ๆ และเปรียบเทียบกับแพลตฟอร์ม AI อื่นๆ เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจนว่า Google กำลังก้าวไปในทิศทางใดในสงคราม AI ที่เข้มข้นขึ้นทุกวัน
1. ความก้าวหน้าในการสร้างภาพ AI ของ Google Gemini

1.1 Google Gemini AI กำลังไล่ตามคู่แข่ง
ในอดีต Google Gemini มักถูกวิจารณ์ว่าการสร้างภาพ AI ของตนนั้นยังไม่สามารถเทียบเคียงกับแพลตฟอร์มอื่นๆ อย่าง DALL·E 3 ของ ChatGPT, Flux One ของ Grok, Midjourney, และ Adobe Firefly ได้ อย่างไรก็ตาม การอัปเดตล่าสุดแสดงให้เห็นว่า Google ได้พัฒนาโมเดลของตนให้สามารถแข่งขันได้ดีขึ้น
1.2 การใช้งานผ่าน Google AI Studio
Google ได้เปิดตัว Google AI Studio ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มใหม่ที่ให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงโมเดล AI ของ Google ได้มากขึ้น เมื่อเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google ผู้ใช้สามารถทดลองสร้างภาพ AI ได้ง่ายๆ ผ่านอินเทอร์เฟซที่ใช้งานสะดวก
ขั้นตอนการสร้างภาพ AI ใน Google AI Studio:
- เข้าไปที่ Google AI Studio
- คลิก “Create Prompt”
- เลือกโมเดล Gemini 2.0/Image Generation (experimental)
- ตั้งค่าให้ผลลัพธ์ออกมาในรูปแบบ “Images and Text”
- ปรับแต่งค่า temperature เพื่อเพิ่มความหลากหลายของผลลัพธ์
- ป้อนคำสั่ง (prompt) เพื่อสร้างภาพตามที่ต้องการ
1.3 ฟีเจอร์ Image Editing ที่พัฒนาขึ้น
หนึ่งในความสามารถที่โดดเด่นของ Gemini AI คือ การแก้ไขภาพ (Image Editing) ตัวอย่างที่น่าสนใจคือการเพิ่มองค์ประกอบต่างๆ ลงในภาพ เช่น:
- อัปโหลดภาพครัวซองต์และเพิ่มคำสั่ง “add some chocolate drizzle to the croissants” → AI จะเพิ่มช็อกโกแลตราดบนครัวซองต์ได้อย่างสมจริง
- เพิ่มคำสั่ง “now add strawberries on top” → AI จะใส่สตรอเบอร์รี่ลงไปโดยที่องค์ประกอบเดิมไม่เสียหาย
- ทดลองเพิ่มไข่และทำให้เป็นเมนูอาหารเช้า → AI สามารถแก้ไขภาพได้อย่างเรียบร้อยและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ข้อดีของฟีเจอร์นี้คือ ภาพที่แก้ไขดูสมจริงและไม่บิดเบี้ยว ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบเมื่อเทียบกับ DALL·E 3 ที่บางครั้งการแก้ไขภาพอาจให้ผลลัพธ์ที่ผิดเพี้ยน
1.4 การสร้าง Visual Story และ Birthday Card
Google Gemini ยังสามารถสร้าง Visual Story ซึ่งเป็นชุดภาพที่เล่าเรื่องราวแบบ 3D Animation ได้ เช่น การสร้างเรื่องราวของลูกแพะผจญภัยในฟาร์ม โดย AI จะสร้างภาพให้กับแต่ละฉากของเรื่องราว
อีกตัวอย่างที่น่าสนใจคือการออกแบบ การ์ดวันเกิด (Birthday Card) ที่สามารถกำหนดข้อความให้ปรากฏในภาพได้ ซึ่งเป็นความสามารถที่ AI อื่นๆ อย่าง DALL·E 3 มักมีปัญหา
2. การวิจัยเชิงลึก (Deep Research) เปิดให้ใช้ฟรี

2.1 ฟีเจอร์ที่เคยสงวนไว้สำหรับผู้ใช้แบบชำระเงิน
ก่อนหน้านี้ ฟีเจอร์ Deep Research ของ Google Gemini มีให้เฉพาะสมาชิก Gemini Advanced ที่ต้องจ่าย $20 ต่อเดือน แต่ตอนนี้ Google ได้เปิดให้ผู้ใช้ฟรีทุกคนสามารถเข้าถึงได้
2.2 วิธีการใช้งาน Deep Research
- ไปที่ gemini.com
- คลิกปุ่ม “Deep Research”
- ป้อนคำถามหรือคำสั่งที่ต้องการให้ AI วิเคราะห์
- AI จะใช้ เวลาประมาณ 2 นาที ในการสรุปผลพร้อมแหล่งข้อมูล
- ผู้ใช้สามารถ ส่งออกข้อมูลไปยัง Google Docs หรือสร้าง Audio Summary ของผลลัพธ์
2.3 เปรียบเทียบกับ AI อื่นๆ
ฟีเจอร์ Deep Research ของ Google Gemini มีความสามารถใกล้เคียงกับ OpenAI Deep Research, Deep Seek และ Perplexity AI แต่มีข้อได้เปรียบคือ สามารถสร้าง Audio Summary ของข้อมูลได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่แพลตฟอร์มอื่นยังไม่มี
3. Google Gems: ระบบ AI ส่วนตัวที่สร้างได้ฟรี

3.1 Google Gems คืออะไร?
Google Gems เป็นระบบที่ให้ผู้ใช้สามารถสร้าง AI Assistant ส่วนตัว คล้ายกับ Custom GPT ของ OpenAI, Claude Projects ของ Anthropic และ Perplexity Space
3.2 วิธีการสร้าง Google Gem
- ไปที่ gemini.com และคลิก “Gem Manager”
- เลือก “Add New Gem”
- กำหนดชื่อ, คำแนะนำ, และอัปโหลดไฟล์ข้อมูลที่ต้องการให้ AI เรียนรู้ (สูงสุด 10 ไฟล์)
- ทดสอบการแชทกับ AI ของคุณในแบบเรียลไทม์
แม้ว่าขนาดไฟล์ที่อัปโหลดจะถูกจำกัดไว้ที่ 10 ไฟล์ ซึ่งน้อยกว่า Custom GPT ของ OpenAI แต่ Google Gems ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการสร้าง AI ส่วนตัวที่ทำงานบนแพลตฟอร์มของ Google
4. อนาคตของ Google Gemini และการแข่งขันในตลาด AI

Google กำลังพัฒนา AI อย่างต่อเนื่อง และยังมีฟีเจอร์ที่รอการเปิดตัว เช่น VO2 ซึ่งเป็นโมเดล AI สำหรับสร้างวิดีโอที่คาดว่าจะสามารถแข่งขันกับ Sora ของ OpenAI ได้
นอกจากนี้ Google Labs กำลังทดลองเครื่องมือ AI ใหม่ๆ เช่น:
- Notebook LM สำหรับการสรุปข้อมูล
- AI Overviews สำหรับการค้นหาข้อมูล
- Project Astra ที่อาจเป็นคู่แข่งของ AI ในอนาคต
Google ยังคงเป็นผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรม AI ด้วยโครงสร้างพื้นฐานและข้อมูลมหาศาลของตน ซึ่งทำให้พวกเขามีความได้เปรียบในการพัฒนา AI ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น
บทสรุป
การอัปเดตล่าสุดของ Google Gemini AI แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่สำคัญในหลายด้าน ทั้ง การสร้างภาพ AI, การวิจัยเชิงลึก, และ Google Gems ที่เปิดให้ใช้ฟรี ทำให้ Google สามารถแข่งขันกับแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น
ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา:
✅ Google Gemini AI สามารถสร้างและแก้ไขภาพได้สมจริงขึ้น
✅ Deep Research เปิดให้ใช้ฟรี ทำให้การค้นคว้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น
✅ Google Gems ช่วยให้สร้าง AI ส่วนตัวได้ง่ายดาย
✅ Google ยังคงเป็นผู้เล่นหลักในตลาด AI และมีแนวโน้มจะเปิดตัวฟีเจอร์ที่ทรงพลังขึ้นในอนาคต
คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการอัปเดตของ Google Gemini AI? แบ่งปันมุมมองของคุณในความคิดเห็นด้านล่าง! 🚀
📍 ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติม ที่เรานำมาฝากได้ ที่นี่
อัปเดตความรู้เรื่อง AI และเทคนิคการทำงานให้คุณทุกสัปดาห์! ได้ที่ learn.prompt-expert.co





